Pictograms* แทม-แถ่-แดม~

posted on 06 Jul 2009 15:30 by sitaaa

หลังจากหายไปเป็นเดือน แหะๆ มีแต่เรื่องไร้สาระ ที่อัพๆไป -*-

 

งานที่ทำตอนนี้คือ วิชา Visual Communication Design 2

อ.ให้ทำ Pictograms

 

เอาล่ะ เราจะมาทำความเข้าใจกับ Pictograms ก่อน

Pictograms คือ ภาพที่ถูกตัดทอนมาจากภาพของจริง เป็นสัญลักษณ์ที่จะใช้แทนคำพูดที่เป็นสากล

โดยไม่ต้องเขียนคำพูดใดๆลงไปก็สื่อได้แล้ว

credit from >> http://www.flickr.com/photos/gandara/3195735055/

 

เช่น ห้องส้วม อย่างที่เราเข้าใจ คงไม่ต้องบอกว่าเพศไหนควรจะเข้าห้องไหน

จะว่ากันจริงๆแล้ว แต่ละงาน แต่ละสถานที่ ก็ต้องมีการ Design สัญลักษณ์หรือ Pictograms ขึ้นมาใหม่

อาจจะแตกต่างจากที่เราเห็นทั่วๆไป ให้มันมีความเป็นชุดเดียวกันในองค์กร หรือสถานที่นั้น

ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์ อุทยานแห่งชาติ ร้านอาหาร หรืออย่างในตัวอย่างข้างบนนี่ในร้านหนังสือ

 

Pictograms จะใช้สีน้อย 2 สี ก็โอเคแล้วนะ

อาจจะออกแบบโดยที่ใช้ Stlyle เดียวกัน แต่แยกสี

เพราะอาจใช้สีเพื่อแบ่งโซนก็ได้ (น่าจะใช้ในพวกงานใหญ่ๆ ทีต้องการแบ่งเป็นโซน ใน map)

 

credit from >> http://unitedmaps.net/archives/20090408-Visualisation-Pictograms-and-Symbols.html

ยุ่บยั่บเลยดูสิ 

 

พูดถึงเรื่อง Stlyle ขอแตกออกมาอีกหน่อย

มันมีหลักๆอยู่ 2 แบบคือ

แบบ Outline คือแบบที่ใช้เส้นเหมือนเราวาดรูปโดยไม่ต้องลงสี

ซึ่งอาจต้องระวังเรื่องความหนา - บาง ของเส้น เพราะมองไกลๆอาจไม่รู้เรื่องเลย

credit from >> http://www.clipart-design.com/ultimate_icons_symbols_logos.htm

 

แบบ Siluate ภาษาไทยแปลว่า ย้อนแสง สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป น่าจะรู้ว่าเป็นอย่างไร

เรียกอีกอย่างว่า Solid Form คือ รูปร่างทึบ ซึ่งอาจเพิ่มเติมเส้นเข้าไปบ้าง เพื่อให้สื่อเข้าใจมากขึ้น

credit from >> www.juusokoponen.com/

ซึ่งการออกแบบ ก็ต้องคำนึงถึง "การสื่อความหมาย" ให้มากๆ

อย่างตัวอย่างข้างบนนี่ มีการเว้นที่สีขาวตรงหน้ากลอง เพื่อให้เรารู้ว่า นี่คือกลอง (จริงๆนะ)

 

 credit from >> http://www.pinktentacle.com/2006/07/new-pictograms-for-medicine-packaging/

อันนี้เป็นแบบผสมระหว่าง Siluate Style กับ Outline Style เป็นวิธีการใช้ยาค่ะ 

 

จริงๆเรื่องราวของ Pictogram มีมากกว่านี้

แต่คงจะไม่มีความหมายเลย ถ้าออกแบบมาแล้ว "มันไม่สื่อ!" อ่ะค่ะ

ที่ย้ำว่า "สื่อ" นี่ไม่ได้กะฮานะคะ ซีเรียสค่ะ ซีเรียส ฮ่าๆๆๆ

 

โจทย์ที่ อ. ให้ทำคือ Pictograms พระอภัยมณี/พระเจ้าตา/ม้านิลมังกร/ผีเสื้อสมุทร!!!

พระเจ้าช่วย!!! ตอนแรกคิดไม่ออกเลยว่าทำยังไง แต่ตอนนี้ผ่าน SKD แล้ว ก็มีแต่แก้นิดหน่อย

เหลืองานจริงค่ะ - -" ทำมือด้วย T_T

เอาเป็นว่า ถ้างานสมบูรณ์จริงๆแล้ว จะเอามาให้ชมละกันค่ะ

ปิดท้ายด้วย...

อ่า....ตีความกันเอาเองนะ

 

 

**แวะมาอีดิทนิดนึงว่า ตอนนี้กำลังถ่ายทำวิธี Finish งานอยู่ ฮุๆๆ

 

น่าสนใจมากๆ....
big smile Hot!
น่าสนุก รอชมๆconfused smile

#2 By wesong on 2009-07-06 17:04

กำลังสนุกเลย จบซะแล้ว


รอภาคต่อ

#3 By ... on 2009-07-06 17:23

เนื้อหาน่าสนุก หึหึ
อยากเรียนบ้างเหอะopen-mounthed smile Hot!

#4 By LiuLiu*S. on 2009-07-06 17:33

น่าสนุกจัง Hot!

#5 By b-padung Studio on 2009-07-06 20:26

ฮ่าๆๆๆ สัญลักษณ์พวกนี้ทำยากมากๆเลย ..
กิ้วๆๆ

ปะ ไป ลิบ ลิบ กัน นะ
Hot! Hot! Hot!

#7 By freeda on 2009-07-06 22:17

เอิ่ม รูปสุดท้าย
ผมแอบมองนาน
เพราะไม่เข้าใจภาพ

ตอนนี้ เข้าใจแล้วครับ sad smile

น่าสนใจมาก ๆ ครับ
big smile

#8 By ISHIMARU L. on 2009-07-07 10:13

มิงงงงงงงงงงงงง


ของกุ โปรเจกกำไล Art history
จะตายแล้วแล้วแล้วแล้วววว

#9 By Pi ly n n on 2009-07-07 17:45

อันสุดท้ายนี่ใช่พวกชอบโชว์ป่าว = =

ปล.ใกล้ตายกะ finish งานแหล่วว
แบบว่าฝนตกสาดใส่งาน.. เอิ๊กกกก
ทำใหม่อีกรอบ

#10 By maegan on 2009-07-07 18:33

งานนี้เด็กปี 2 ปะ embarrassed

#11 By ★ K T I G on 2009-07-11 22:55

ไอ้แบบนี้เรียนตอนวิชา design สนุกสนานมาก


อันสุดท้ายมันคือไรหว่า

#13 By ทราย_โทรุ on 2009-07-14 03:27

เราจบแล้ว รุ่น 49 อะ
confused smile

เป็นซุปเปอร์(เซย่า)
ปัญญาอ่อนวะ 555


นิเทศรหัสอะไรอะเรา



big smile

#14 By ★ K T I G on 2009-07-15 03:23

อ่อ *0*

มันเรียกว่า Pictograms นี่เอง

ทำเสจแล้วเอามาให้ดูมั่งดิ
พี่ตา
open-mounthed smile

#15 By Kisato on 2009-07-15 13:07

Hot! ข้าก็เครซี่ย์พิ๊กโตแกรม

#16 By HineyHelsinki on 2009-07-16 03:25

ตอนนี้อยากจะบ้าพอกัน

ออกแบบมาร์กของม.ใหม่....
ต้องเข้ากับบรีฟที่ส่งด้วย....สุดๆไปเลยสินทร์สมุทร

#17 By กิ้งก่าปอม on 2009-07-17 22:07

เปนงานเป็นการHot! Hot! Hot!

#18 By MANMAN on 2009-07-18 23:18

รูปสุดท้ายมัน...


แบทแมน? sad smile sad smile

อิอิopen-mounthed smile

#19 By rokjitjung on 2009-07-20 22:26